รับแทงบอลออนไลน์ Toyota Thai League Match of The Week 26 : การท่าเรือ 3-3 สุโขทัย

รับแทงบอลออนไลน์

6 ประตูที่สังเวียน แพท สเตเดียม คู่นี้ การันตีได้ถึงดีกรีความเดือดและเกมที่สนุก พลิกไป พลิกมา ได้ลุ้นตลอด 90 นาที

รับแทงบอลออนไลน์ บางกอกกล๊าส บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
BGFC 0 – 0 การท่าเรือ เอฟซี

ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน”5 สัปดาห์หลังพ้นช่วงพักเบรกทีมชาติ ดูเหมือนว่า “ซิโก้” จะเริ่มปรับแต่งทีม การท่าเรือ เอฟซี ได้ลงตัวมากขึ้น แม้ว่าจะถูก สุโขทัย เอฟซี บุกมาลูบคมก่อน แต่ก็สามารถทวงประตูคืนได้ และยิงแซงทันควัน นี่เป็นจุดที่แสดงให้เห็นว่าเกมรุกของพวกเขาเฉียบขาดขึ้นกว่าเดิม

เกมทำท่าว่าจะขาด เมื่อ ท่าเรือ มานำห่างเป็น 3-1 แต่ การท่าเรือ ดันไปผ่อนเกม ในขณะที่ สุโขทัย ที่เนิบนาบมาตลอด 60 กว่านาที เริ่มเร่งเครื่อง และในที่สุดมายิงไล่มาเป็น 2-3

และต้องขอชม จอห์น บาจโจ้ จริงๆ ที่วันนี้เล่นได้โดดเด่น แถมในช่วงเวลาสำคัญ ก็สามารถเรียกจุดโทษได้ ช่วยให้ ค้างคาวไฟ มาตีเสมอ 3-3 แบ่ง 1 แต้มออกไปได้ แบบเจ็บใจแฟนเจ้าบ้าน

ถือว่าเป็นเกมที่สนุก คุ้มค่า และเดาไม่ออกเลยว่า ใครจะเป็นผู้ชนะ สุโขทัยที่ดูเหมือนว่าเปิดหัวได้ดี ก็โดนยิงแซง 3 ลูก การท่าเรือ ที่เหมือนจะคุมเกมได้หมด ตอนนำ 3-1 ก็มาพลาดโดนเสมอ 3-3 ทั้งสองทีม สู้กันได้ดี คนละครึ่ง เหมาะสมจะเป็นเกมยอดเยี่ยมประจำสัปดาห์ครับ”

ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน
ตำนานนักเตะทีมชาติไทย, โตโยต้า แอมบาสเดอร์ ฑูตกีฬาฟุตบอลของโตโยต้า

อลงกต เดือนคล้อย

“เป็นเกมที่ การท่าเรือ เอฟซี ทำได้ดีกว่าหลายๆนัดที่ผ่านมา เกมรุกดูมีมิติ โดยเฉพาะการเซ็ทเกมจากด้านข้าง ที่ทำเอา สุโขทัย เอฟซี เสียกระบวนท่า และถูกนำห่างไปถึง 3-1

แต่สิ่งที่พลาดในเกมนี้ การชะล่าใจ และพละกำลังความฟิตที่ใช้แรงไปเยอะพอสมควร ในช่วงต้นเกม กลางเกม ทำให้ ท้ายเกม เริ่มออกอาการให้เห็น
กลายเป็นทีมเยือน อย่าง สุโขทัย เอฟซี ฉกฉวยโอกาสได้ และแสดงให้เห็นถึงความกระหายของทีมโซนหนีตาย

ความเขี้ยวของ “โค้ชเบ๊” ไพโรจน์ บวรรัตนดิลก ค่อยๆเจาะแนวรับท่าเรือได้ จนมาทวงคืนได้ 2 ประตู และจบเกมด้วยการบุกเสมอ 3-3 หากพวกเขายังสวมหัวใจสิงห์เล่นได้แบบนี้ เชื่อเหลือเกินว่า สุโขทัย ดีเกินกว่าจะตกชั้นได้

อีกหนึ่งจุดที่ ซิโก้ ยังคงต้องแก้ไข คือการเสียประตูช่วงท้ายเกม ที่ยังแก้ไม่ตก และทำเป็นเล่นไป การท่าเรือไม่ชนะใครในลีกมา 5 นัดติดแล้ว”

อลงกต เดือนคล้อย
ผู้สื่อข่าวฟุตบอลไทย โกล ประเทศไทย

เจษดาพร ศรีสรง

“เกมระหว่าง “การท่าเรือ” ที่เสมอกับ “สุโขทัย” 3 – 3 เป็นเกมที่สนุก เนื่องจากเกมเปิดตั้งแต่หัววัน ภาพรวมเกมในครึ่งแรกเป็นท่าเรือที่ดีกว่าพอสมควร เพราะการเล่นดุดันมากกว่า เกมรุกดูมีชีวิตชีวามากกว่า โดยเฉพาะเกมรุกทางฝั่งขวา (ฝั่งซ้าย สุโขทัย) ของ นิติพงษ์ เสลานนท์ กับ ปกรณ์ เปรมภักดิ์ ช่วยกันเล่นได้แบบผ่านตลอด ซึ่งจุดนี้คือ “ข้อดี” ทีทำให้ การท่าเรือ เป็นฝ่ายนำไปก่อน 2 – 1

แต่เกมนี้จุดเปลี่ยนอยู่ที่ “ครึ่งหลัง” ที่แม้ ลูกทีมของพี่โก้ จะเป็นฝ่ายนำ 3 – 1 จากจุดโทษของ ดาบิด โรเชล่า ในนาทีที่ 60 แต่หลังจากนั้นกลับเป็น สุโขทัย ของ “โค้ชเบ๊” เหมือนจะเห็นจุดอ่อน ท่าเรือ ที่เริ่มโรยๆ ทางฝั่งซ้าย เลยให้ จอห์น บาจโจ้ ที่มีความเร็วๆ ปั่นป่วนจนได้เรื่องก่อนที่จะไล่มาเป็น 3 – 2 และมาประสบผลสำเร็จกับการตีเสมอ 3 – 3 ในช่วงท้ายเกมด้วยการจัดการแบ็กซ้ายสำรองท่าเรือที่ลงมาใหม่อย่าง เจตน์จิณณ์ ศรีปราชญ์ ซึ่งเห็นเลยว่าไม่สามารถเอา “บาจโจ้” ได้

ก่อนที่จะเป็น “พ่อมะขามข้อเดียวแห่งทุ่งทะเลหลวง” โดนทำฟาล์วในกรอบเขตโทษและเป็น มารานเยา ใช้กฏยิงทีมเก่าซัดช่วยให้ทีม สุโขทัย ตีเสมอได้แบบสนุก และสะใจแฟนๆ ค้างคาวไฟ

เกมนี้ได้เห็นอะไรหลายๆ อย่างของ ท่าเรือ โดยเฉพาะเกมรับที่ชัดเจนมากๆ ว่าถ้าโดนกดดันเยอะๆ มีปัญหาเลย จุดนี้ “พี่โก้” ก็คงเห็นเหมือนกันและคงต้องปรับกันต่อไปเพื่อเป้าหมายเลขตัวเดียว ส่วน สุโขทัย ของ “โค้ชเบ๊” ลองนึกภาพว่าถ้าไม่มี บาจโจ้ ไปอีกคนจะทำยังไง ดังนั้นปัญหาใหญ่ของพวกเขาคือต่างชาติ ถ้าไม่เจ็บ ไม่จน ไปอีกดูทรงแล้วยังไงๆ ก็รอดตกชั้นแน่นอนครับ”